วันนี้ตอนไปซื้อของใช้ ได้ยินร้านค้าเปิดวิทยุที่มี อาจารย์ท่านหนึ่งกำลังพูดเรื่องมนุษย์อยู่ ตอนนั้นพอดีไม่มีปากกา จำก็ไม่ได้ เลยกลับบ้านมาค้นหาเจอ
อ่านแล้วรู้สึกดี อยากจะเอาไว้ระลึก เตือนใจตัวเองให้ไม่หลง เลยเอามาแปะไว้ทีนี่
คำว่า มนุษย์ มาจากคำว่า
มนะ หรือ มโน ซึ่งแปลว่า ใจ นำไปสนธิกับคำว่า อุษย์ ซึ่งแปลว่า สูง
มนะ + อุษย์ = มนุษย์
มนุษย์ จึงแปลว่า ผู้มีใจสูง
เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง
เหมือนดั่งยูงมีดีที่แววขน
ถ้าใจต่ำเป็นได้แต่เพียงคน
หากต่ำล้นแม้คนมิอาจเป็น
มนุษย์ มีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท คือ
1. มนุษย์เทโว ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นเทวดา ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ ให้รักษา
ธรรมะ 2 ข้อ คือทำใจให้มี หิริ (ความละอายต่อบาป) และโอตตัปปะ(เกรงกลัวผลของบาป)
2. มนุษย์มนุษโส ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นมนุษย์ ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ให้รักษา
ศีล 5 ให้บริบูรณ์ (บางที่เรียกมนุษย์ภูโต)
3. มนุษย์เปโต ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นเปรต ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ให้รักษา
ความโลภ ไว้เสมอๆ อย่าให้ขาดหายไปจากจิตใจ
4. มนุษย์เดรัจฉาโน ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ให้
ปฏิบัติตัวเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ลูกเขาเมียใคร ลูก หลาน ญาติพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกับเราหรือไม่ ไม่ต้องละเว้น ไม่ต้องรู้ผิดชอบชั่วดี อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องคิดว่าใครจะเดือดร้อนเพราะเรา
5. มนุษย์เนรยิโก ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นสัตว์นรก ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ให้ปฏิบัติ
ตัวเยี่ยงสัตว์นรก ทำจิตใจให้เร่าร้อน หิวโหย ทุกข์ ทรมาน ตลอดเวลา
จิตใจของมนุษย์มี 5 สภาพ คือ
1. จิตใจบกพร่องมาก จะแสวงหามาก
2. จิตใจบกพร่องน้อย จะแสวงหาน้อย
3. จิตใจเต็ม จะหยุดแสวงหา
4. จิตใจเปี่ยม จะรู้จักเป็นผู้ให้ (โดยไม่หวังผลตอบแทน)
5. จิตใจล้น จะรู้จักอุทิศตัวเพื่อสังคม
การที่เราจะดูว่าใครเป็นคนดีหรือไม่ ให้ดูที่กตัญญูกตเวที เพราะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า กตัญญูกตเวทีคือเครื่องหมายของคนดี
คำว่า กตัญญู หมายถึงรู้คุณท่าน
ส่วนคำว่า กตเวที นั้นหมายถึงตอบแทนคุณท่าน
ดังนั้นผู้ที่รู้คุณท่านและตอบแทนคุณท่านเท่านั้นจึงจะเรียกว่าเป็นคนดี และเป็นคนที่น่าคบหาสมาคมด้วย เราจึงต้องเป็นผู้มีกตัญญูกตเวที เพื่อที่ผู้อื่นจะได้คบหาสมาคมกับเราได้อย่างสนิทใจ
เรื่องของบารมี เราจะเห็นว่าบางคนมีบารมีมาก บางคนมีบารมีน้อย บางคนไม่มีบารมี บารมีนั้นมิได้เกิดขึ้นเอง แต่เราต้องเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา ถ้ามีความพยายามที่จะสร้างแล้ว บารมีย่อมเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน คำว่าบารมี นั้นแปลว่า กำลังใจ เช่น มีกำลังใจในการให้ทานก็จะได้ทานบารมี มีกำลังใจในการรักษาสัจจะก็จะได้ สัจจะบารมี ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 10 ประการ คือ
1. ทาน ใช้สำหรับ ตัดความโลภ (โลภะ แปลว่า ดึงเข้ามา)
2. ศีล ใช้สำหรับ ตัดความโกรธ
3. เนกขัมมะ ใช้สำหรับ ตัดอารมณ์กามคุณ (ยึดติดในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส)
4. ปัญญา ใช้สำหรับ ตัดความโง่
5. วิริยะ ใช้สำหรับ ตัดความขี้เกียจ
6. ขันติ ใช้สำหรับ ตัดความไม่รู้จักอดทน
7. สัจจะ ใช้สำหรับ ตัดความไม่จริงใจ (มีอารมณ์ใจกลับกลอก)
8. อธิษฐาน ใช้สำหรับ ทรงกำลังใจไว้ให้สมบูรณ์ บริบูรณ์
9. เมตตา ใช้สำหรับ สร้างความเยือกเย็นของใจ
10. อุเบกขา ใช้สำหรับ วางเฉย ช่างมัน เมื่อเราไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้
เมื่อวานอ่านพระไตรปิฎก มีบทหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีธรรมอยู่ 2 อย่าง ที่มีประโยชน์มาก คือ สติ และ ปัญญา
พยายาม อย่าลืม!
[๓๗๘] ธรรม ๒ อย่างที่มีอุปการะมากเป็นไฉน คือ สติ ๑ สัมปชัญญะ ๑
ธรรม ๒ อย่างเหล่านี้มีอุปการะมาก ฯ
source : http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8E%E0%B8%81_%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1_%E0%B9%93_%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%86%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84_-_%E0%B9%91%E0%B9%91._%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3(to be revised)
edit @ 2006/09/10 05:54:05
edit @ 2006/11/01 22:25:36




