2006/Sep/10

วันนี้ตอนไปซื้อของใช้ ได้ยินร้านค้าเปิดวิทยุที่มี อาจารย์ท่านหนึ่งกำลังพูดเรื่องมนุษย์อยู่ ตอนนั้นพอดีไม่มีปากกา จำก็ไม่ได้ เลยกลับบ้านมาค้นหาเจอ

อ่านแล้วรู้สึกดี อยากจะเอาไว้ระลึก เตือนใจตัวเองให้ไม่หลง เลยเอามาแปะไว้ทีนี่


คำว่า มนุษย์ มาจากคำว่า
มนะ หรือ มโน ซึ่งแปลว่า ใจ นำไปสนธิกับคำว่า อุษย์ ซึ่งแปลว่า สูง
มนะ + อุษย์ = มนุษย์
มนุษย์ จึงแปลว่า ผู้มีใจสูง


เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง
เหมือนดั่งยูงมีดีที่แววขน
ถ้าใจต่ำเป็นได้แต่เพียงคน
หากต่ำล้นแม้คนมิอาจเป็น



มนุษย์ มีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท คือ


1. มนุษย์เทโว ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นเทวดา ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ ให้รักษา
ธรรมะ 2 ข้อ คือทำใจให้มี หิริ (ความละอายต่อบาป) และโอตตัปปะ(เกรงกลัวผลของบาป)

2. มนุษย์มนุษโส ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นมนุษย์ ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ให้รักษา
ศีล 5 ให้บริบูรณ์ (บางที่เรียกมนุษย์ภูโต)

3. มนุษย์เปโต ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นเปรต ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ให้รักษา
ความโลภ ไว้เสมอๆ อย่าให้ขาดหายไปจากจิตใจ

4. มนุษย์เดรัจฉาโน ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ให้
ปฏิบัติตัวเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ลูกเขาเมียใคร ลูก หลาน ญาติพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกับเราหรือไม่ ไม่ต้องละเว้น ไม่ต้องรู้ผิดชอบชั่วดี อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องคิดว่าใครจะเดือดร้อนเพราะเรา

5. มนุษย์เนรยิโก ตัวเป็นมนุษย์ใจเป็นสัตว์นรก ถ้าต้องการเป็นมนุษย์ประเภทนี้ให้ปฏิบัติ
ตัวเยี่ยงสัตว์นรก ทำจิตใจให้เร่าร้อน หิวโหย ทุกข์ ทรมาน ตลอดเวลา



จิตใจของมนุษย์มี 5 สภาพ คือ
1. จิตใจบกพร่องมาก จะแสวงหามาก
2. จิตใจบกพร่องน้อย จะแสวงหาน้อย
3. จิตใจเต็ม จะหยุดแสวงหา
4. จิตใจเปี่ยม จะรู้จักเป็นผู้ให้ (โดยไม่หวังผลตอบแทน)
5. จิตใจล้น จะรู้จักอุทิศตัวเพื่อสังคม



การที่เราจะดูว่าใครเป็นคนดีหรือไม่ ให้ดูที่กตัญญูกตเวที เพราะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า กตัญญูกตเวทีคือเครื่องหมายของคนดี

คำว่า กตัญญู หมายถึงรู้คุณท่าน
ส่วนคำว่า กตเวที นั้นหมายถึงตอบแทนคุณท่าน
ดังนั้นผู้ที่รู้คุณท่านและตอบแทนคุณท่านเท่านั้นจึงจะเรียกว่าเป็นคนดี และเป็นคนที่น่าคบหาสมาคมด้วย เราจึงต้องเป็นผู้มีกตัญญูกตเวที เพื่อที่ผู้อื่นจะได้คบหาสมาคมกับเราได้อย่างสนิทใจ

เรื่องของบารมี เราจะเห็นว่าบางคนมีบารมีมาก บางคนมีบารมีน้อย บางคนไม่มีบารมี บารมีนั้นมิได้เกิดขึ้นเอง แต่เราต้องเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา ถ้ามีความพยายามที่จะสร้างแล้ว บารมีย่อมเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน คำว่าบารมี นั้นแปลว่า กำลังใจ เช่น มีกำลังใจในการให้ทานก็จะได้ทานบารมี มีกำลังใจในการรักษาสัจจะก็จะได้ สัจจะบารมี ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 10 ประการ คือ

1. ทาน ใช้สำหรับ ตัดความโลภ (โลภะ แปลว่า ดึงเข้ามา)
2. ศีล ใช้สำหรับ ตัดความโกรธ
3. เนกขัมมะ ใช้สำหรับ ตัดอารมณ์กามคุณ (ยึดติดในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส)
4. ปัญญา ใช้สำหรับ ตัดความโง่
5. วิริยะ ใช้สำหรับ ตัดความขี้เกียจ
6. ขันติ ใช้สำหรับ ตัดความไม่รู้จักอดทน
7. สัจจะ ใช้สำหรับ ตัดความไม่จริงใจ (มีอารมณ์ใจกลับกลอก)
8. อธิษฐาน ใช้สำหรับ ทรงกำลังใจไว้ให้สมบูรณ์ บริบูรณ์
9. เมตตา ใช้สำหรับ สร้างความเยือกเย็นของใจ
10. อุเบกขา ใช้สำหรับ วางเฉย ช่างมัน เมื่อเราไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้

เมื่อวานอ่านพระไตรปิฎก มีบทหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีธรรมอยู่ 2 อย่าง ที่มีประโยชน์มาก คือ สติ และ ปัญญา
พยายาม อย่าลืม!

[๓๗๘] ธรรม ๒ อย่างที่มีอุปการะมากเป็นไฉน คือ สติ ๑ สัมปชัญญะ ๑
ธรรม ๒ อย่างเหล่านี้มีอุปการะมาก ฯ
source : http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8E%E0%B8%81_%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1_%E0%B9%93_%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%86%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84_-_%E0%B9%91%E0%B9%91._%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3(to be revised)



edit @ 2006/09/10 05:54:05
edit @ 2006/11/01 22:25:36

2006/Sep/10

วันนี้เล่นเนทอยู่ แล้วก็ไปเจอเจ้าSheepy เข้าให้

Sheepyเนี่ย เป็นโปรแกรมเล็กๆ พวก screen mate มีมาตั้งแต่ปี1996 คะ

ว่ากันว่า sheepy เนี่ย ญี่ปุ่นทำออกมาขายก่อน แล้วโดนคนลอกเลียนเอามาแจกฟรีทั่วเนท

มันเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงอีเลคโทรนิกส์ที่มีชีวิตอยู่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรา

เมื่อเราโหลดไปแล้ว ติดตั้งเสร็จมันก็จะมาโผล่ในหน้าจอเรา เดินไปเดินมาทำท่าทางตลกๆ โปรแกรมนี้มันเป็นโปรแกรมเล็กๆ ไม่ค่อยกินแรมเท่าไหร่ เราสามารถเปิดได้ทีละ 4-5 ตัวให้เดินเล่นในหน้าจอ เพื่อให้การทำงานที่ต้องใช้หน้าจอนานๆมีอะไรเป็นสีสันให้พอขำๆ

วันดีคืนดี มันก็ เต้นระบำให้ดู

ไม่ก็หาวน้ำตาเล็ด

ไม่ก็ปีนเขา คลานขึ้นหน้าจอ ขึ้นไปดึ้บๆๆ .. แล้วก็มาห้อยต่องแต่งๆ

หรือเวลาไปอยู่ที่สูงๆ ก็ชะโงกหน้าดูต่ำๆ แล้วสักพักจะพยามคลานลงมา

คลานลงมาเกิดผิดพลาด ขาลื่นเข้า ก็เหงื่อตกสิคับ ..

sheepy ทำได้หลายอย่างมากกกกก ใครชอบก็ตามไปโหลดละกันนะคะแล้ว sheepyของใครทำท่าตลกๆอะไรมาบอกกันมั่ง :)

โหลด Sheepy


edit @ 2006/09/10 04:43:57
edit @ 2006/11/01 22:23:52

2006/Sep/10

By David Rood
October 28, 2005

MELBOURNE University has been ranked among the world's top 20 universities, with Australian institutions rated third behind the US and Britain in a global survey.

Melbourne's oldest university was ranked at 19, up three places from last year's survey, making it Australia's highest-placed institution, ahead of the Australian National University at 23.

The university was rated ahead of the renowned Colombia University, in the US, at 20.

A quinella of US institutions held the top two places, led by Harvard University at No. 1. Cambridge University was third and Oxford fourth.

The US dominated rankings with 54 universities, followed by Britain with 24. Australia had 17 of the top 200, up from 14 last year.

Monash University was the third Australian university at 33, while RMIT was at 82 and LaTrobe at 98.

London's The Times newspaper produces the list. It is based on surveys of more than 2300 academics, and examines the research produced, student-to-staff ratios, international students and the number of internationally recognised academics.

Australia had six universities in the top 50, the same as last year, and performed well in specific discipline rankings, such as bio-medicine, technology, arts and humanities.

Melbourne University vice-chancellor Glyn Davis said the ranking confirmed that the work of the university's researchers was highly regarded.

"(The ranking) is a testament to the esteem that Melbourne's research enjoys internationally across a range of disciplines," he said. But Professor Davis said the rankings made one thing clear, that the public and private resources available to American and British institutions and some Asian universities ensured they would consistently top the international rankings.

"Global competition in higher education offers serious challenges to Australian tertiary education, which is now one of our nation's major export industries," Professor Davis said.

The latest rankings brought better results for Australian universities than the highly respected Shanghai Jiao Tong University rankings, released in August. It rates the world's top 500 universities, with only two Australian institutions making the top 100 ANU at 56 and Melbourne at 82. In total, 14 Australian institutions were listed in the top 500.

TOP FIVE IN AUSTRALIA
Ranking University

19 Melbourne University
23 Australian National University
33 Monash University
38 Sydney University
40 University of New South Wales

WORLD RANKINGS 2005
Ranking University

1 Harvard University, US
2 Massachusetts Institute of Technology, US
3 Cambridge University, UK
4 Oxford University, UK
5 Stanford University, US

source : http://www.theage.com.au/news/national/melbourne-uni-ranks-in-top-20/2005/10/27/1130400306704.html